สรุปดีลนี้ · JEJU - CNX PLUS 5D3N — ทัวร์เกาหลี เชจู 5 วัน โดยสายการบินT'way Air ออกเดินทาง 2–6 ม.ค. 2570 ราคา ฿9,999 ต่อท่าน (ลดจากราคาปกติ ฿19,999) · เหลือ 6 ที่นั่ง · จองผ่าน Very Last Seat — สำรองที่นั่งก่อน ทีมงานยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์แล้วค่อยชำระเงิน (โอนธนาคาร/สแกน QR PromptPay)
ข้อมูลอากาศ: Open-Meteo.com
เทียบราคาดีลนี้กับทัวร์ เชจู 5 วัน ทั้งหมดที่เรารวบรวมไว้ (ราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุดในแต่ละวันเดินทาง)
ดีลนี้ (฿9,999) ถูกกว่าหรือเท่ากับราคาเฉลี่ยของกลุ่มนี้
แตะจุดเพื่อไปยังดีลที่ถูกที่สุดของวันนั้น — อาจเป็นทัวร์/ผู้ขายอื่น · จุดสีเขียว = ช่วงราคาถูก
จากฐานข้อมูล 42 ทริปที่เคยเสนอขาย
Very Last Seat เป็นเว็บรวมดีล ไม่ใช่ผู้ให้บริการทัวร์โดยตรง · ราคาและที่นั่งอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับผู้ขายก่อนจอง
จุดเด่นของทัวร์
ชำระเป็นเงินสดให้หัวหน้าทัวร์ที่จุดนัดพบสนามบิน — ไม่รวมในยอดชำระออนไลน์
ไฮไลต์
โปรแกรม
คณะเดินทางพร้อมกันที่จุดหมาย สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศชั้น 1
พาท่านออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติเจจู
พาท่านเดินทางถึงสนามบินเชจูอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ต หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าที่สายพาน ออกมาพบกับผู้นำทัวร์เพื่อทำการยืนยันตัวตนการเข้าร่วมทัวร์ และเตรียมตัวบริเวณจุดนัดพบเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกัน
พาท่านเดินทางขึ้นสู่ ภูเขาฮัลลาซาน (Hallasan) ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ระดับความสูงถึง 1950 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นภูเขาไฟต้นกำเนิดของเกาะเชจูอีกด้วย เส้นทางขึ้นเขาจะมีวิวทิวทัศน์ และธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนนิยมขึ้นมาในช่วงฤดูหนาว เพื่อมาสัมผัสอากาศเย็นๆ สูดโอโซนที่บริสุทธิ์ รวมทั้งชมหิมะในช่วงฤดูหนาวด้วย ซึ่งจะปกคลุมเยอะสุดบนยอดเขา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสหิมะที่สะอาด นุ่ม ฟู ท่ามกลางธรรมชาติ สวยงามมากๆ เลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย สำหรับจุดชมวิวที่เราขึ้นไปนั้น ไม่ใช่ยอดสุดของภูเขา แต่จะเป็นเส้นทางที่คำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก
ให้ท่านได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น และได้ท่องเที่ยวในที่เที่ยวที่อยู่ในใจเป็นพิเศษด้วยการเพิ่มวันท่องเที่ยวแบบอิสระให้ ท่านสามารถเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองในเกาะเชจูเต็มวัน ไม่ว่าจะเดินเล่นแถวโรงแรมที่พัก หรือใช้รถสาธารณะ รถแท้กซี่ ไปยังจุดหมายที่ต้องการ โดยเฉพาะคาเฟ่เกร๋ๆในเกาะเชจูจะมีเยอะมาก ธีมปาร์ค มิวเซี่ยม รวมถึงบีช ชายหาด ชายทะเล ร้านอาหารขึ้นชื่ออื่นๆ โดยท่านสามารถหาข้อมูลการท่องเที่ยวได้จากเพจท่องเที่ยวทั่วไป หรือขอคำแนะนำจากไกด์ประจำบัสของท่านก็ได้เช่นกัน
พาท่านไปถ่ายรูปกับความสดใสของถนนสายรุ้งบนเกาะเชจู เป็นถนนเลียบชายทะเลด้านเหนือของเกาะ เป็นไอเดียศิลปะที่ดีมากๆ เพราะมีการทาสีบนแท่งหินที่เอาไว้กั้นชายทะเลแบบสลับสีแนวสายรุ้ง ยาวตลอดเส้นทาง ทำให้เกิดสีสันที่ดึงดูดให้ใครๆที่ผ่านไปมาตรงนี้อดไม่ได้ ที่จะแวะลงมาถ่ายรูปสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็นแอคชั่นท่างนั่ง ท่าเดิน หรือครีเอทแอคชั่นสนุกๆได้มากมาย
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ ศูนย์รวมเครื่องสำอางค์ (COSMETIC SHOP) ประเภทเวชสำอางค์ที่หมอศัลยกรรมเกาหลีร่วมออกแบบมากมาย มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิว มีริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำใบหน้าหมองคล้ำ อยากผิวขาวสว่างใส ไร้ริ้วรอย แต่งหน้าเบาๆโชว์ผิวแบบสาวเกาหลี โดยไม่ต้องศัลยกรรม
พาท่านเข้าในชมวัดป่า "ชอนวังซา" เป็นวัดที่สวยงามที่อยู่กลางหุบเขา 99ยอด ของเทือกเขาฮัลลาซาน ซึ่งสายมูต้องห้ามพลาดเพราะวัดแห่งนี้ต้องมาขอพรเรื่องเงินทอง และความก้าวหน้าในเรื่องหน้าที่การงาน วัดนี้ถูกขึ้นทะเบียนเเป็นวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มากแห่งนึงในเกาหลี อีกทั้งยังมีต้นกำเนิดน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนสมัยก่อนใช้ดืมกินเพื่อเป็นสิริมงคลให้ตนเองอีกด้วย
พาท่านเดินทางสู่ ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค ขึ้นชื่อที่สุดแห่งเกาะเชจู O'Sulloc ซึ่งจะแบ่งเป็นโซนไร่ชากลางแจ้ง และโซนพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเรื่องราวของชา ร้านคาเฟ่ และร้านขายของฝาก ซึ่งท่านสามารถเยี่ยมชมได้ทุกๆโซน เกาะเชจูเป็นดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติ ปลูกชาเขียวได้คุณภาพสูง ผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ จนทำให้ชาที่นี่ส่งออกไปขายทั่วโลก นักท่องเที่ยวทั้งเกาหลีและต่างชาติมักมีจุดมุ่งหมายที่จะมาลิ้มรสความอร่อยของชาที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ถึงแหล่งผลิต โดยเฉพาะไอศรีมชาเขียว เค้กโรล เครื่องดื่มชาเขียวทั้งร้อนและเย็น รับประกันความฟินไปตามๆกัน ส่วนใครที่เน้นการชมวิวถ่ายรูป สวยทุกมุมจนกดชัตเตอร์รัวๆแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโซนไร่ชา หรือขึ้นไปจุดชมวิวด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ ก็จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของไร่ชาที่นี่
จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม สวนส้มไร้เมล็ด (Orange Farm) อีกหนึ่งสิ่งโด่งดัง และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือ ส้ม ที่ปลูกบนเกาะเชจู ด้วยความพิเศษ รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ ปลอดสารเคมี และดกมาก ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ต้องมองเหลียวหลังกันเลยทีเดียว ชาวบ้านบนเกาะเชจูได้ปลูกกันเยอะมากขึ้น หลังจากเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทำให้สร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัว และเศรษฐกิจบนเกาะที่ดีขึ้น เอกลักษณ์ของส้มบนเกาะเชจู คือไร้เมล็ด รสชาติกลมกล่อม วิตามินซีสูง ปัจจุบันหลายๆสวนส้ม ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูป และได้ลองชิมส้มสดๆ จากต้น จากสวน ถือเป็นอีกกิจกรรมยอดฮิต เมื่อมาเยือนเกาะเชจู ช่วงฤดูกาลส้มเลยทีเดียว 1ปีมี1ครั้ง คือช่วงหน้าหนาวเท่านั้น
จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้แห่งความรักและการพักผ่อน (Camellia Hill The Forest of love and healing) เริ่มจากการปลูกต้นคามิลเลียที่ออกดอกในช่วงฤดูหนาว ด้วยความรักในดอกไม้จึงปรับเปลี่ยนที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวได้ความรู้สึกว่า สถานที่เดียวกันแต่ได้ความแตกต่าง มาเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว ด้านในมีการแบ่งโซนจัดสรรพื้นที่ได้ดีมาก ไม่ซับซ้อน สามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์ได้สบายๆมาก ฤดูหนาว (Winter Season) ที่แห่งนี้จะเบ่นบานไปด้วยดอกคามิลเลีย หลากหลายสายพันธ์ สีสันสวยๆ สลับเรียงรายกัน พร้อมมุมที่ถ่ายรูปมากมาย ฤดูใบไม้ผลิ (Spring Season) แน่นอนว่าช่วงที่ทุกคนรอคอย Cherry Blossom หรือซากรุกะนั่นเอง ที่นี่ก็มีให้ได้มาชมเช่นกัน ฤดูร้อน (Summer Season) ช่วงนี้สวยไฮไลท์เช่นกัน เป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียเบ่งบาน เป็นพุ่มใหญ่ หลากสี เยอะมากจนใครๆต้องมาให้ได้เชียว ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Season) ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้คือ ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลี่ Pink Muhly เป็นอะไรที่ทุกคนรอคอย 1ปี1ครั้งกับ ต้นหญ้าที่เป็นสีชมพูโดยธรรมชาติ สวย หวาน น่ารักมาก
จากนั้นพาท่านแวะเยี่ยมชม และนมัสการพระใหญ่ ณ วัดซันบังโพมุนซา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองถือถ้วยโอสถ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องของสุขภาพ และความร่ำรวยเงินทอง โดยนิยมทำบุญด้วยการถวายข้าวสาร เทียน พร้อมทั้งการหมุนระฆังทองคำรอบฐานองค์พระเพื่อความเป็นศิริมงคลอีกด้วย ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเชจูมายาวนาน นอกจากนั้นรูปปั้นพระแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล ยังเป็นอีกหนึ่งศรัทธาของผู้ที่นับถือ นิยมนำน้ำบริสุทธ์มาถวาย เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต ไม่ใช่แค่ชาวพุทธเท่านั้นที่นิยมมาเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ เพราะความสงบ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นท้องทะเลแบบพาโนราม่า จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเยือนสักครั้งเมื่อมาเที่ยวเกาะเชจู
จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม หมู่บ้านวัฒนธรรม "ซองอึบ" (SONGEUB FOLK VILLAGE) เป็นหมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง เมื่อไปถึงจะมีชาวบ้านมาต้อนรับและพาเราเดินชมวิถีชีวิตต่างๆ ในหมู่บ้าน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่นี่ให้ฟังแบบสนุกสนาน เราจะได้รู้จักรูปปั้นเทพพระเจ้า ทอลฮารุบัง ที่มีอยู่ทั่วเกาะ บ้านที่สร้างจากก้อนหินทั้งหลัง แหล่งน้ำจืดที่หายากมาก อาชีพหลักของชาวเกาะ ความไม่เท่าเทียมของหญิงชายในอดีต สัตว์เลี้ยงประจำเกาะ ไหหรือโอ่งโบราณที่ได้มีไว้หมักกิมจิ เหมือนที่อื่นๆ และที่พลาดไม่ได้สินค้า Otop ของหมู่บ้านที่มีมาช้านาน เป็นที่เลื่องชื่อว่ามาเกาะเชจูต้องมาชิม และช้อปสักครั้ง นั่นก็คือผลิตภัณฑ์แคลเซียมธรรมชาติจากกระดูกม้า และน้ำหมักเบอร์รี่ป่า แบล็คราสเบอรี่ หรือที่เรียกันว่า Omija (โอมิจา) ถ้าได้ดื่มจะสดชื่นมากๆ
จากนั้นนำท่านชม ภูเขาไฟซองซาน อิลจุลบง (SEONGSAN ILCHULBONG ) หรือที่ถูกขนานนามว่า “Sunrise Peak” มีอายุกว่า 5000 ปี ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด จึงเป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น ป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาสัมผัส จึงถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติ ภูเขาไฟลูกนี้สงบลงเป็นที่เรียบร้อย แต่ทิ้งความสมบูรณ์และสวยงามเอาไว้ โดยรูปทรงที่กลมขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร มีรอยหยักมองแล้วลักษณะเหมือนทรงมงกุฏเลย และเป็นการเชื่อมโยงกับเกาะเชจูแบบธรรมชาติ ด้วยธารลาวา ปัจจุบันจึงสามารถไปเที่ยวจุดนี้ด้วยรถยนต์ และใครที่อยากได้บรรยากาศปากปล่องภูเขาไฟ พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ต้องเอาชนะใจตัวเองด้วยการเดินขึ้นไปพิชิตถึงยอดปากปล่อง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 182 เมตรเท่านั้น
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ทุ่งดอกคาโนเลีย หรือดอกยูแช เพื่อถ่ายรูปเก็บบรรยากาศและความประทับใจ สำหรับดอกยูแช ถูกปลูกขึ้นเพื่อนำมาทำน้ำมัน และด้วยสีสันที่สวยงาม ชาวบ้านจึงเริ่มจัดบริเวณในการถ่ายรูปให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเกาะเชจู ให้ได้มาสัมผัสความสวยงามนี้กัน
พาทุกท่านเดินทางชม เจจูดรีมทาวเวอร์ JEJU DREAM TOWER เป็นอาคารแฝดที่สูงที่สุดในเกาะเชจู เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี2020 โดยเปิดตัวภายใต้แบรนด์ไฮแอท เจจูดรีมทาวเวอร์ รวบรวมโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแฟชั่น ร้านอาหาร สปา และคาสิโนขนาดใหญ่ ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างเต็มที่
จากนั้นพาท่านไปรู้จักกับ สมุนไพรที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลีใต้ Red Pine Oil หรือ น้ำมันสนเข็มแดง ตามตำหรับยาโบราณสมัยราชวงศ์โชซอน ที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ปัจจุบันได้นำมาสกัดด้วยวิธีที่ทันสมัยดึงสรรพคุณที่ดีที่สุดออกมาในรูปแบบที่ทานได้ง่าย และบำรุงสุขภาพได้ดีที่สุด น้ำมันสนเข็มแดงมีสรรพคุณช่วยในการทำความสะอาดระบบหลอดเลือด เคลียร์หลอดเลือดที่อุดตัน ลดคลอเลสเตอรอล ความดัน เบาหวาน ป้องกันเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน อีกทั้งยังช่วยให้การผ่อนคลาย หลับสนิทมากขึ้น ผิวพรรณดูมีสุขภาพดี รับประทานเป็นประจำ ร่างกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ
จากนั้นนำท่านสู่ ศูนย์โสม (GINSENG CENTER) ศูนย์โสมแห่งนี้รัฐบาลรับรองคุณภาพว่าผลิตจากโสมที่อายุ 6 ปี ซึ่งถือว่าเป็นโสมที่มีคุณภาพดีที่สุด ภายในจะมีเจ้าหน้าที่้ให้ความรู้เกี่ยวกับโสมพร้อมอธิบายคุณภาพและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโสม ให้ท่านได้เลือกซื้อโสมที่มีคุณภาพดีที่สุดและราคาถูก กลับไปบำรุงร่างกายหรือฝากญาติผู้ใหญ่ที่ท่านรักและนับถือ
พาท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ห้าง Shilla Duty Free สาขา เกาะเชจู เป็นห้างขนาดใหญ่ สินค้าแบรนด์เนมให้เลือกมากมาย ราคาประหยัด และ ให้ท่านได้อิสระฟรีไทม์ ช้อปปิ้งที่ตลาดดาวน์ทาวน์ยอนดง จะมีถนนคนเดินยอดฮิต Nuwemaru Street มีของให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย ทั้งเครื่องสำอางค์ แฟชั่นเสื้อผ้า และอาหารท้องถิ่นหลายร้ายมากๆ
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ ชิลล่าดิวตี้ฟรี (Shilla Duty Free Shop) ที่นี่มีสินค้าปลอดภาษีชั้นนำให้ท่านเลือกซื้อมากมายกว่า 500 ชนิด อาทิเช่น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ หลากหลาย แบรนด์ดัง อาทิเช่น Dior ,Chanel , Prada ,Louis Vuitton ,MCM ,Rolex ฯลฯ
ถึงเวลาอันสมควรพาทุกท่านเดินทางกลับประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าคอยดูแลขั้นตอนการเชคอิน ตั๋วเครื่องบิน และอำนวยความสะดวก เพื่อส่งทุกท่านกลับด้วยความสวัสดิภาพ และความประทับใจ
ทัวร์เกาหลีต้องลงทะเบียน K-ETA ล่วงหน้า 3–7 วันก่อนเดินทาง (อนุมัติแล้วใช้ได้นาน 3 ปี) เพื่อไม่ให้มีปัญหาตอนขึ้นเครื่อง/เข้าเมือง
* ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ไม่ต้องขอ K-ETA