สำรองที่นั่งกับทีมงาน Very Last Seat · ราคา/ที่นั่งอาจเปลี่ยน ทีมงานยืนยันอีกครั้ง
ชำระเป็นเงินสดให้หัวหน้าทัวร์ที่จุดนัดพบสนามบิน — ไม่รวมในยอดชำระออนไลน์
สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสายระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินแอร์เอเชีย (Air Asia) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
ออกเดินทางสู่เมืองคยา สาธารณรัฐอินเดีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 03.20 ชม.)
(เวลาท้องถิ่น) ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร *เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม.
หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศไปยังต้นพระศรี มหาโพธิ์
เดินทางถึงบริเวณองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้วนำคณะกราบนมัสการ รายงานตัวในการเยือนดินแดนของพระพุทธองค์ พระพุทธเมตตาซึ่งประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ และกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์
จากนั้นนำชมสัตตมหาสถานที่จริง โดยรอบ 3 แห่ง ธรรมสถานแห่งพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้ 49 วันทั้ง 7 แห่ง อันประกอบไปด้วย 1. “พระแท่นวัชรอาสน์” ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 1 2. “อนิมิสเจดีย์” ทรงยืนจ้องพระเนตรที่ต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 2 3. “รัตนจงกรมเจดีย์” ทรงนิมิตฐานจงกรมขึ้น แล้วทอดพระบาทจงกรม เป็นเวลา 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 3
เทียบราคาดีลนี้กับทัวร์ คยา 8 วัน ทั้งหมดที่เรารวบรวมไว้ (ราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุดในแต่ละวันเดินทาง)
ดีลนี้ (฿39,900) สูงกว่าราคาเฉลี่ยของกลุ่มนี้เล็กน้อย — ลองดูวันอื่นในกราฟ
แตะจุดเพื่อไปยังดีลที่ถูกที่สุดของวันนั้น — อาจเป็นทัวร์/ผู้ขายอื่น · จุดสีเขียว = ช่วงราคาถูก
จากฐานข้อมูล 7 ทริปที่เคยเสนอขาย
Very Last Seat เป็นเว็บรวมดีล ไม่ใช่ผู้ให้บริการทัวร์โดยตรง · ราคาและที่นั่งอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับผู้ขายก่อนจอง
สมควรแก่เวลา นัดหมายเวลานำท่านกลับขึ้นรถ ออกเดินทางต่อไปยังเมืองราชคฤห์ ใช้เวลานั่งรถ ประมาณ 2.30 ชั่วโมง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
Hotel Rajkir Residemcy / Hotel Indo Hokke หรือเทียบเท่า เมืองราชคฤห์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (Rajgir) นครหลวงแห่งแคว้นมคธ (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชม.) นำท่านเดินขึ้นเขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ได้แก่เวภาระ เวปุละ คิชฌกูฏ อิสิคิลิ และปัณฑวะชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการถ้ำพระโมคคัลลา ชมถ้ำพระสารีบุตร สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏีของพระอานนท์ นมัสการมูลคันธกุฏีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก “ชีวกัมพวัน” เป็นสวนป่ามะม่วงที่หมอชีวกโกมารภัจจ์อุทิศถวายเป็นสังฆารามแด่พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ปัจจุบันเหลือซากโบราณสถานให้เห็นเป็นซากหินเรียงรายกันอยู่ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประชวรห้อพระโลหิตจากการที่สะเก็ดหินมากระแทกถูกพระบาทเพราะพระเทวทัตกลิ้งหินลงมาหมายปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ได้พาพระพุทธองค์มาที่ชีวกัมพวัน และหมอชีวกเป็นผู้ถวายการรักษาโดยการผ่าตัดเอาสะเก็ดหินออก ชีวกัมพวันจึงถูกเรียกว่าเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนา
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ขึ้นรถนำท่านเข้าชม “วัดเวฬุวัน” ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่ พระเจ้าพิมพิสารพระราชทานพระราชอุทยานสวนป่าไผ่ และทรงสร้างวัดเวฬุวัน ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าและเป็นสถานที่ที่พระอริยสงฆ์สาวกจำนวน 1,250 รูป ซึ่งล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทาคือพระพุทธเจ้า ทรงให้การอุปสมบทด้วยื พระองค์เอง ได้มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายทำให้เกิด “วันมาฆะบูชา” ขึ้น
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่นาลันทา นมัสการหลวงพ่อดำซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา (Nalanda University) มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ.๑๗๔๒ กองทัพมุสลิมเติร์กได้ยกทัพมารุกราน รบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือกองทัพมุสลิมเติร์กได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถาน ในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมดและสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้นว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองเวสาลี
รับประทานอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม
Hotel Bandhan Resort / Hotel The Blue Lotus หรือเทียบเท่า เมืองเวสาลี
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
นำท่านชมเมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งในสิบหกแค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี ไวสาลี เวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองไวสาลี พร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชมเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดีย เมืองเวสาลีมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล โดยเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากแคว้นหนึ่งในบรรดา ๑๖ แคว้นของชมพูทวีป มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรมหรือคณาธิปไตย ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่ง คือไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทรงอำนาจสิทธิ์ขาด มีแต่ผู้เป็นประมุขแห่งรัฐซึ่งบริหารงานโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเหล่าสมาชิกจากเจ้าวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมเป็นคณะผู้ครองแคว้น ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่าเจ้าวงศ์ต่างๆ มีถึง ๘วงศ์ และในจำนวนนี้วงศ์เจ้าลิจฉวีแห่งเวสาลีและวงศ์เจ้าวิเทหะแห่งเมืองมิถิลาเป็นวงศ์ที่มีอิทธิพลที่สุด ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่เวสาลีหลายครั้ง แต่ละครั้งจะทรงประทับที่กูฏาคารศาลาป่ามหาวันเป็นส่วนใหญ่ พระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และที่กูฏาคารศาลานี่เองที่เป็นที่ๆ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี พระน้านางของพระพุทธองค์ พร้อมกับบริวาร สามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก และในการเสด็จครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงรับสวนมะม่วงของนางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงจำพรรษาสุดท้ายที่เวฬุวคาม และได้ทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ และเมื่อหลังพุทธปรินิพพานแล้วได้ ๑๐๐ ปี ได้มีการทำสังคายนาครั้งที่ ๒ ณ วาลิการาม ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเมืองเวสาลี
นำท่านชมกูฏาคารศาลาวัดป่ามหาวัน อารามที่กษัตริย์ลิจฉวีสร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แห่งอาณาจักรวัชชีในสมัยพุทธกาลเชื่อว่าตั้งอยู่ในเขตป่าหิมาลัย และพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในพรรษาที่ ชมเสาอโศกที่มีรูปสิงห์อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่สมบูรณ์ที่สุด
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ สาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานที่ 2 ชมปรินิพพานวิหารและ กราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน จากนั้นนำท่านขึ้นรถ สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของ พระพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธเจดีย์
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองลุมพินี (Lumbini) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4-5 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า</br> <font color=#fc0606>*** โปรดเตรียมหนังสือเดินทางติดตัวไว้ เพื่อประทับตราออกจากประเทศอินเดียเข้าสู่ประเทศเนปาล ***</font>
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
Hotel Zambala / Hotel Asian Buddha หรือเทียบเท่าเมืองลุมพินี, ประเทศเนปาล
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านกราบนมัสการสถานที่ประสูติ สวนลุมพินีวัน โดยการเปลี่ยนรถไปนั่งรถสามล้อเล็ก โดยบริการของชาวพื้นเมือง เมื่อลงรถแล้ว ท่านสามารถแวะห้องน้ำได้ที่ศูนย์บริการพักจากกการบริจาคของชาวไทย หลังจากนั้น นำท่านเดินเท้า เข้าสู่พุทธสถานแห่งการประสูติกาล เชิญท่านถ่ายรูปบริเวณพระพุทธเจ้าน้อย ที่อัญเชิญจากประเทศไทย ประดิษฐานลานแห่งศรัทธา เพื่อนำรวมพลก่อนเข้าสู่สวนด้านในขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิหารมหามายเทวี (ใหม่) และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง 22 ฟุต 4 นิ้ว และมีข้อความอย่างสมบูรณ์เขียนด้วยภาษาพราหมี ว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าอโศกเสด็จมาบูชา ในปีที่ 20 แห่งรัชสมัยของพระองค์ (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13) นำคณะเข้าชม และ สักการะรอยบาทแห่งองค์ศาสดา เมื่อครั้งประสูติกาล ศิลาแห่งการกำเนิด โดยเข้าแถวพร้อมกับศาสนิกชนทั่วสารทิศ จากนั้นชมสระโบกขรณี ที่น้ำไม่เคยแห้ง คณะสวสมนต์บูชาสถานที่ และเชิญท่านปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศออกเดินทางสู่ชายแดนเนปาล-อินเดียอีกครั้ง ตรวจลงตราออกจากเนปาล และเข้าสู่ประเทศอินเดียเรียบร้อนแล้ว เดินทางต่อไปเมืองพาราณสี (นั่งรถประมาณ 6-7 ชั่วโมง)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
Hotel The Fern / Hotel Holiday Heights หรือเทียบเท่า เมืองพารานสี
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
นำท่านไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา คณะลงล่องเรือ (ใช้เวลาล่องเรือราวๆ 40 นาที) เพื่อชมวิถีชีวิตยามเช้าของชาวฮินดูแท้ ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็น แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาศ (Mt. Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามสภาพภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต) โค้งแม่น้ำคงคานี้ มีความเชื่อทั้งทางฮินดูและพุทธ ท่านสามารถชมพิธีการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคาและพิธีการเผาศพซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปีโดยกองไฟที่เผาศพไม่เคยดับมอด
กราบสักการะธรรมเมกขสถูป สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา โปรดเหล่า ปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตำบลสารนาถ ชมพระมูลคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เสาศิลาจารึกษรพราหมณีของพระเจ้าอโศก ชมกลุ่มซากกุฏิ กว่า 100 หลัง ที่ขุดค้นและบูรณะโดยรอบป่าอิสิปตนมฤคทายวัน นำคณะผู้จาริกบุญ สวดมนต์บทธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร
รับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 15)
เช็คเอ้าท์สัมภาระ เพื่อเดินทากลับไปยังเมืองพุทธคยา นั่งรถประมาณ 4-5 ชม.
Hotel Mahabodhi / Hotel Dhamma Grand หรือเทียบเท่า เมืองพุทธคยา
รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 17)
นำท่านออกชมบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นบ้านนางสุชาดา อุบาสิกาอุปถัมภกคนสำคัญของพระศาสนา บุตรสาวของคฤหบดีเศรษฐีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีต แด่พระบรมศาสดาก่อน การตรัสรู้ ถือเป็นภัตตาหารอันประณีตและยังความหมายต่อชาวพุทธถึงปัจจุบัน ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฐะ จากท่าน้ำนี้ท่านสามารถเห็นเจดีย์มหาโพธิ์
นำชมรอบวัดพุทธ โดยรอบพุทธคยาเป็นที่ตั้งของวัดพุทธนานาชาติหลายแห่ง เช่น วัดไทยพุทธคยา, วัดญี่ปุ่น, วัดภูฏาน, ซึ่งล้วนเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ตามวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แสดงถึงความหลากหลายทางพุทธศิลป์และเป็นแหล่งแสวงบุญสำคัญสำหรับชาวพุทธทั่วโลก
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 18)
ออกจากที่พัก สู่บริเวณพระมหาเจดีย์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ การแต่งกาย : ชุดสุภาพ รองเท้าแบบสวมถอดได้ง่าย เนื่องจากต้องถอดรองเท้าขณะเข้าไปในพุทธสถานโดยสามารถสวมถุงเท้าได้ (ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกทุกชนิดเข้าภายในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ท่านสามารถเก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ที่โรงแรม)
เดินทางถึงบริเวณองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้วนำคณะกราบนมัสการพระพุทธเมตตาซึ่งประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ และกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากนั้นนำชมสัตตมหาสถาน ธรรมสถานแห่งพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้ 49 วันอีก4แห่ง อันประกอบไปด้วย 4. “รัตนฆรเจดีย์” โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วเหล่าเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมนั่น 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 4 และชมสถานที่จำลอง ที่สร้างขึ้นโดยรอบพระเจดีย์พุทธคยา พร้อมฟังการบรรยายถึงความสำคัญของสถานที่ต่าง ๆ และพุทธสถานที่สำคัญโดยรอบ อันได้แก่ 5. เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ “ต้นไทร”เป็นเวลา 7วัน ใต้ต้นอชปาลนิโครที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่ 5 6.เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ “ต้นจิกมุจลินทร์” ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ 6 7.เสด็จไปประทับใต้ “ต้นเกดหรือต้นราชายตนะ” ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 7 เป็นอันครบ 49 วันแห่งการพิจาณาธรรมด้วยองค์เอง เรียบร้อยแล้ว นำคณะจาริกบุญสวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์บูชาสังเวชนียสถาน จากนั้นเชิญท่านทัศนาธรรม นั่งสมาธิปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควรนำท่านกลับโรงแรมที่พัก
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก <br> เชคเอ้า สัมภาระ เดินทางสู่สนามบินคยา
นำชมรอบวัดพุทธ โดยรอบพุทธคยาเป็นที่ตั้งของวัดพุทธนานาชาติหลายแห่ง เช่น วัดไทยพุทธคยา, วัดญี่ปุ่น, วัดภูฏาน, ซึ่งล้วนเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ตามวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แสดงถึงความหลากหลายทางพุทธศิลป์และเป็นแหล่งแสวงบุญสำคัญสำหรับชาวพุทธทั่วโลก
ถึงสนามบินพุทธคยา เช็คสัมภาระเคาเตอร์สายการบินไทย
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน AIR ASIA เที่ยวบินที่ FD123
ถึง สนามบินดอนเมือง โดยความอิ่มเอมในบุญ **เวลาท้องถิ่นประเทศไทย
ขึ้นรถเพื่อไปสักการะ พระสถูปปาวาลเจดีย์ เป็นสถานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปลงอายุสังขารเป็นครั้งสุดท้ายต่อจากนั้นอีก 3 เดือน จึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่กุสินารา ปัจจุบันปาวาลเจดีย์เหลือแต่ฐานของเจดีย์ที่ทำด้วยหินแข็งมีสีเทา ซึ่งทางการญี่ปุ่นได้สร้างซุ้มมุงด้วยหลังคาสังกะสีเป็นทรงกลมทาสีขาวและมีรั้วเหล็กกั้นให้โดยรอบ
รับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 6)
จากนั้น เชคเอ้าท์ สัมภาระออกเดินทางสู่เมืองกุสินารา ระหว่างทางผ่านชม มหาสถูปเกสรียา เป็นมหาสถูปใหญ่ต้นแบบสถูปบุโรพุทโธ เป็นสถานที่ประดิษฐานบาตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงประทานแก่ชาววัชชี ก่อนย่างพระบาทสู่เมืองกุสินารา
รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 7)
Hotel Lotus Nikko / Hotel Om Residency หรือเทียบเท่า เมืองกุสินารา
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่19)
Hotel Mahabodhi / Hotel Dhamma Grand หรือเทียบเท่า เมืองพุทธคยา