ราคาไฟไหม้รอบนี้
สำรองที่นั่งกับทีมงาน Very Last Seat · ราคา/ที่นั่งอาจเปลี่ยน ทีมงานยืนยันอีกครั้ง
ชำระเป็นเงินสดให้หัวหน้าทัวร์ที่จุดนัดพบสนามบิน — ไม่รวมในยอดชำระออนไลน์
ข้อมูลอากาศ: Open-Meteo.com
ยืนยันที่นั่งไวเฉลี่ย ~5 นาที
ทีมงานตอบไว 08:00–22:00 ทุกวัน
ยังไม่จ่ายจนกว่าที่นั่งชัวร์
เงินออกจากกระเป๋าหลังทีมยืนยันที่นั่งแล้วเท่านั้น
กดจอง — ยังไม่ต้องจ่าย
กรอกแค่ชื่อ+เบอร์โทร ใช้เวลาไม่ถึงนาที
ทีมยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์
เช็คว่าที่นั่งว่างจริง แจ้งกลับทาง LINE/โทร
ชำระผ่าน QR — มีใบยืนยัน
สแกน PromptPay สลิปตรวจโดยทีม ได้เอกสารยืนยันทันที
ดูราคาทัวร์นี้ในแต่ละรอบเดินทาง แล้วเทียบกับค่าเฉลี่ยของทัวร์ ต้าเหลียน 8 วัน ทั้งกลุ่ม
แตะจุดเพื่อดูราคาทัวร์นี้ในรอบวันเดินทางนั้น · จุดสีเขียว = ช่วงราคาถูก
ทัวร์นี้ 3 รอบเดินทาง · เทียบกลุ่มจาก 3 ทริป
สรุปดีลนี้ · ลูกคุณหนู ต้าเหลียน มหัศจรรย์หาดหญ้าแดง ผานจิ่น ตานตง เสิ่นหยาง 8 วัน 5 คืน โดย สายการบิน ไชน่า อีสเทิร์น — ทัวร์จีน ต้าเหลียน 8 วัน โดยสายการบินChina Eastern Airlines ออกเดินทาง 12–19 ต.ค. 2569 ราคา ฿29,888 ต่อท่าน · เหลือ 6 ที่นั่ง · จองผ่าน Very Last Seat — สำรองที่นั่งก่อน ทีมงานยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์แล้วค่อยชำระเงิน (โอนธนาคาร/สแกน QR PromptPay)
Very Last Seat เป็นเว็บรวมดีล ไม่ใช่ผู้ให้บริการทัวร์โดยตรง · ราคาและที่นั่งอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับผู้ขายก่อนจอง
จุดเด่นของทัวร์
โปรแกรม
พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน เซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ (FM) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 23 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ สัมภาระของท่านจะทำการเช็คทรู (Check-through) ส่งตรงไปยังสนามบินปลายทาง
ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง โดย สายการบิน ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ (MU) เที่ยวบินที่ MU548 มีบริการอาหารบนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
เดินทางถึง สนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่องในเที่ยวบินถัดไป
ออกเดินทางจาก สนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง สู่ สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่วจือ โดย สายการบิน ไชน่า อีสเทิร์น (MU) เที่ยวบินที่ MU9095 มีบริการอาหารบนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
เดินทางถึง สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่วจือ ไข่มุกแห่งแดนเหนือ ที่ซึ่งประวัติศาสตร์และสายลมทะเลมาบรรจบกัน ต้าเหลียนไม่ใช่แค่เมืองท่าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของจีน แต่คือเมืองที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ ที่ได้รับสมญานามว่า "ไข่มุกแห่งแดนเหนือ" สายลมที่พัดจากทะเลเหลืองไม่ได้นำมาเพียงไอเกลือ แต่ยังกระซิบเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ฝังรากลึกในทุกอณูของสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของต้าเหลียนเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากการเข้ามาของชาวรัสเซียและญี่ปุ่น อิทธิพลนี้ได้หล่อหลอมให้ผังเมืองและสถาปัตยกรรมของต้าเหลียนมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสจงซาน ที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองเก่า รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่สไตล์ยุโรปที่เคยเป็นธนาคารและหน่วยงานราชการในยุคอาณานิคม การเดินเล่นในบริเวณนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคที่วัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกเริ่มผสมผสานกันอย่างลงตัว
หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านเข้าสู่ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ใจกลางจัตุรัสสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่ซึ่งแผ่นดินโอบล้อมท้องทะเลอย่างสง่างาม ณ จัตุรัสซิงไห่ ผืนผ้าใบที่มีชีวิตซึ่งวาดภาพความทันสมัยและความงดงามทางธรรมชาติของเมืองต้าเหลียน ใจกลางจัตุรัสประดับด้วยประติมากรรม "ร้อยปีเมืองต้าเหลียน" บอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมือง ขณะที่ขอบฟ้าถูกขีดเส้นด้วยสะพานซิงไห่ว่านข้ามทะเลอันน่าทึ่ง ในฤดูร้อน ที่นี่จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาปิกนิก เล่นว่าว และชมการแสดงน้ำพุดนตรีในยามค่ำคืน
นำท่านชม ประติมากรรมร้อยปี แห่งเมืองต้าเหลียน ประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้างที่สวยงาม แต่เป็นอนุสรณ์ที่มีชีวิต สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งเมืองต้าเหลียน ปลายด้านหนึ่งของประติมากรรมชี้ไปยังอดีต ส่วนอีกด้านชี้ไปยังอนาคต เป็นจุดนัดพบที่สมบูรณ์แบบระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัยของเมืองท่าแห่งนี้ ที่นี่จึงเป็นมากกว่าจุดถ่ายรูป แต่เป็นประตูสู่การทำความเข้าใจจิตวิญญาณของต้าเหลียน
นำท่านเดินทางสู่ ย่านถนนญี่ปุ่น ภูมิทัศน์เมืองที่ซ้อนทับประวัติศาสตร์อาณานิคมไว้บนเนินเขา มีบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นยุคไทโช ราวกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบหลังเรียงตัวอยู่ตามแนวถนนและไหล่เขา ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นในยุคที่ต้าเหลียนอยู่ภายใต้อิทธิพลญี่ปุ่น เป็นร่องรอยของเมืองท่าที่เคยถูกออกแบบให้รับใช้จักรวรรดิและการค้า ความสำคัญของย่านนี้อยู่ที่การอ่านชั้นประวัติศาสตร์ของต้าเหลียนผ่านสถาปัตยกรรม เมื่อเดินต่อเนื่องไปจะถึง ถนนรัสเซีย ย่านประวัติศาสตร์ยาวราว 500 เมตรที่รักษารูปแบบสถาปัตยกรรมรัสเซียจากคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 ไว้อย่างเป็นระบบ จนถูกมองว่าเป็นย่านประวัติศาสตร์แห่งแรกของจีนที่เก็บบรรยากาศสถาปัตยกรรมรัสเซียไว้ได้ครบถ้วนที่สุด ย่านนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟต้าเหลียน และเดิมสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 สมัยที่พื้นที่นี้อยู่ในเขตสัมปทานของรัสเซีย ในนาม พอร์ท อาร์เธอร์ ก่อนจะถูกบูรณะครั้งใหญ่และได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ถนนรัสเซีย” ในปี 2000
นำท่านเดินทางสู่ ย่านตงกั่ง สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงย่านท่องเที่ยวริมทะเล แต่เป็นพื้นที่ที่เมืองใช้เล่าเรื่องตัวเองผ่านสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์สมัยใหม่ ด้านหนึ่งมีจัตุรัสน้ำพุดนตรีซึ่งใช้แสง น้ำ และเสียงประกอบกันในยามค่ำคืน อีกด้านคือเมืองเวนิสจำลองด้วยคลองเทียมและอาคารสไตล์ยุโรป ขณะเดียวกันท่าจอดเรือยอรช์นานาชาติตงกั่งก็สะท้อนบทบาทของพื้นที่นี้ในฐานะหน้าต่างของเมืองสู่ทะเล ไม่ใช่แค่ที่ถ่ายรูป แต่เป็นความพยายามของต้าเหลียนในการสร้างย่านชายฝั่งที่รวมการพักผ่อน วัฒนธรรม และการเดินเล่นไว้ในพื้นที่เดียว
นำท่านเดินทางสู่ เวนิส แห่งทิศบูรพา (ไม่รวมล่องเรือกอนโดลา) เดินทางเข้าไปในย่านที่ถูกจัดฉากให้คล้ายเวนิส เสียงน้ำกระทบตลิ่งคอนกรีตดังเป็นจังหวะสั้น ๆ ใต้สะพานเล็ก ๆ และเงาของอาคารทรงยุโรปเรียงตัวอยู่ริมสองฝั่งคลองราวกับฉากภาพยนตร์ที่ตั้งใจให้เดินช้า ๆ ในเมืองที่เลือกจะยืมภาษาสถาปัตยกรรมของยุโรปมาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบจีนร่วมสมัย ทั้งคลอง กอนโดลา และอาคารหน้าตาแบบยุโรปที่ทำให้ภาพรวมของพื้นที่ดูเหมือนการจำลองความฝันมากกว่าการลอกเลียนแบบธรรมดา สะท้อนนิสัยของเมืองต้าเหลียนเอง เมืองท่าทางตอนใต้ของมณฑลเหลียวหนิงที่เติบโตจากชุมชนประมงเล็ก ๆ ก่อนจะถูกพัฒนาเป็นเมืองท่าและศูนย์อุตสาหกรรมสำคัญในปลายศตวรรษที่สิบ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
DALIAN FURONG INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองผานจิ่น (ระยะทาง 220 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ตั้งอยู่บนที่ราบชุ่มน้ำกว้างใกล้ปากแม่น้ำเหลียวเหอ ริมอ่าวเหลียวตงของอ่าวป๋อไห่ จนกลายเป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมน้ำมันและเมืองที่ผู้คนจำได้จากผืนชุ่มน้ำกับนกป่า มากกว่าจะจำจากตึกสูงหรือย่านการค้า ตัวเมืองสมัยใหม่เพิ่งได้รับการจัดตั้งในปี 1984 สิ่งที่ทำให้ผานจิ่นแตกต่างจากเมืองอื่นในเหลียวหนิงคือความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างเศรษฐกิจกับธรรมชาติ ด้านหนึ่งคือแท่นขุดน้ำมันและภาพของเมืองอุตสาหกรรม อีกด้านคือทุ่งกก พื้นที่ชุ่มน้ำ และฝูงนกที่ทำให้เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น เมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ หาดหญ้าทะเลแดงผานจิ่น พบกับปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดอัศจรรย์ที่ "หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว" เมื่อลมหนาวแรกของฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ต้นชะครามที่เติบโตริมชายฝั่งผานจิ่นจะพร้อมใจกันเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสด ย้อมผืนดินและแผ่นน้ำให้กลายเป็น "หาดแดง" ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ดั่งพรมกำมะหยี่สีเลือดนกที่ธรรมชาติบรรจงถักทอ เดินลัดเลาะไปตามทางเดินสะพานไม้ที่ทอดยาวสู่กลางทุ่ง ปล่อยให้สายลมพัดผ่าน และเก็บภาพความงดงามที่เหนือจินตนาการราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ความสำคัญของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ความแปลกตา แต่ยังอยู่ที่สถานะทางนิเวศวิทยา พื้นที่รอบทะเลสาบแดงเป็นส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติระดับรัฐ และถูกกล่าวถึงว่าเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของนกน้ำหายากและสัตว์ป่าหลายชนิด ภูมิทัศน์สีแดงจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดด ๆ แต่ผูกอยู่กับชีวิตของนกอพยพ กกหนาทึบ และพื้นที่เลนชายฝั่งที่เลี้ยงระบบนิเวศทั้งผืนนี้มาตลอด หมายเหตุ เนื่องจากสีแดงของต้นชะครามเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ จึงอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ (เช่น สภาพอากาศ พายุ ระดับอุณหภูมิ และความเค็มของน้ำ) ซึ่งอาจส่งผลให้สีของหาดมีความเข้ม อ่อน หรืออาจเปลี่ยนสีล่าช้า/โรยก่อนกำหนด หากสภาพธรรมชาติไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าเข้าชมและเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของท่าน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม โดยนำท่านเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นเพื่อเป็นการทดแทนตามความเหมาะสม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเสิ่นหยาง (ระยะทาง 183 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) จากราชธานีแห่งสุดท้าย สู่หัวใจที่เปี่ยมชีวิตชีวาแห่งแดนอีสาน เสิ่นหยางไม่ใช่แค่เมืองหลวงของมณฑลเหลียวหนิง แต่คือดินแดนที่พงศาวดารแห่งราชวงศ์สุดท้ายของจีนได้เริ่มต้นขึ้น ที่นี่คือ "มุกเดน" ในหน้าประวัติศาสตร์ อดีตราชธานีแห่งแรกของราชวงศ์ชิง ก่อนที่จักรพรรดิจะยาตราทัพเข้าสู่ปักกิ่งและครอบครองแผ่นดินมังกร ทุกวันนี้ เสิ่นหยางคือมหานครที่ผสานจิตวิญญาณของจักรพรรดิเข้ากับความแข็งแกร่งของยุคอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของเสิ่นหยางหยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาวแมนจู ผสมผสานวัฒนธรรมของชาวแมนจู มองโกล และฮั่นเข้าไว้ด้วยกัน แม้จะมีขนาดกะทัดรัดกว่า แต่ก็ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงเรื่องราวของปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิงได้อย่างลึกซึ้งกว่า บรรยากาศของความยิ่งใหญ่ในอดีตยังคงอบอวลอยู่ทั่วเมือง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางสัมผัสธรรมชาติที่ ทุ่งหญ้าเหนือม่านเมฆ หรือ ทุ่งหญ้าหยุนตวน ในเมืองเสิ่นหยาง สถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "อัลไตแห่งภาคอีสานจีน" ด้วยพื้นที่ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างใหญ่กว่า 1.15 ตารางกิโลเมตร บนระดับความสูง 441 เมตร ความโดดเด่นที่ทำให้ทุ่งหญ้าแห่งนี้ไม่เหมือนใคร คือการผสมผสานกันระหว่างภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้าสเตปป์ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา กับระดับความสูงบนยอดเขาที่ถูกโอบกอดด้วยมวลเมฆ เมื่อยามเช้ามาเยือน ทะเลหมอกสีขาวบริสุทธิ์จะไหลอาบไล้ไปตามเนินเขาเขียวขจี เกิดเป็นภาพสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติที่ราวกับเกาะสวรรค์ลอยอยู่กลางอากาศ ภาพของดอกไม้ป่าหลากสีสันที่แข่งกันชูช่อรับแสงแดดอ่อนๆ ตัดกับฝูงม้าและแกะที่ก้มหน้าเล็มหญ้าอย่างเชื่องช้า มอบความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในภาพวาดสีน้ำมันที่มีชีวิต แถมฟรี สไลเดอร์ล้อยาง ท่านละ 1 รอบ
แวะถ่ายรูปที่ หมู่บ้านฮอบบิท ที่จำลองกระท่อมหลังน้อยน่ารักราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งภาพยนตร์ งานศิลปะชิ้นเอกที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติได้อย่างไร้รอยต่อ เป็นประตูมิติที่จะพาคุณหลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกยุคใหม่ และก้าวเข้าสู่หน้ากระดาษของหนังสือนิทานที่คุณเคยหลงรัก สิ่งที่ทำให้หมู่บ้านฮอบบิทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนยากจะหาที่ใดเปรียบ คือการออกแบบที่เคารพและโอบกอดธรรมชาติ บ้านแต่ละหลังถูกสร้างฝังตัวลึกลงไปในเนินดิน เผยให้เห็นเพียงประตูไม้ทรงกลมหลากสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองมัสตาร์ด สีฟ้าหม่น หรือสีแดงอิฐ หน้าต่างบานเล็กที่ประดับประดาด้วยผ้าม่านลูกไม้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
นำท่านชม มรดกทางวัฒนธรรมและรสชาติอันแสนหวานแห่งความทรงจำ ก้าวเข้าสู่บรรยากาศอันอบอุ่นของย่านโบราณ กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำตาลเคี่ยวร้อน ๆ จะโชยมาแตะจมูกทันที นี่ไม่ใช่เพียงแค่ขนมหวานธรรมดา แต่คือ ศิลปะน้ำตาลปั้นตระกูลหลี่ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมณฑลเหลียวหนิง สืบทอดความหวานล้ำและศาสตร์แห่งศิลป์มานานกว่าสองร้อยปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ศิลปะการทำน้ำตาลปั้นของตระกูลหลี่มีจุดเริ่มต้นในยุคจักรพรรดิเต้ากวงแห่งราชวงศ์ชิง โดยบรรพบุรุษตระกูลหลี่ได้นำวิชาชีพนี้จากมณฑลซานตงข้ามด่านมาปักหลักที่เสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง จนกลายเป็นตำนานความอร่อยที่ส่งต่อกันมาถึง 5 รุ่นในปัจจุบัน ความโดดเด่นที่ทำให้ น้ำตาลปั้นตระกูลหลี่ แตกต่างจากน้ำตาลปั้นทั่วไป คือการผสมผสานศาสตร์ดั้งเดิม 3 แขนงเข้าด้วยกันอย่างประณีต ได้แก่ การเป่า การปั้น และ การวาด ช่างฝีมือจะสะบัดข้อมืออย่างลื่นไหลเพื่อควบคุมสายน้ำเชื่อมสีทองให้ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงที่มีมิติ มีความโค้งมน และดูมีมัดกล้ามเนื้อที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นรูปมังกรทะยานฟ้า นกยูงรำแพน หรือตัวละครในอุปรากรจีนโบราณที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา รสสัมผัสแห่งความหวานละมุน ในด้านรสชาติและเนื้อสัมผัส น้ำตาลปั้นนี้ทำจาก น้ำตาลมอลโตส และ น้ำตาลอ้อยบริสุทธิ์ นำมาเคี่ยวในหม้อทองแดงด้วยไฟที่ควบคุมอย่างพิถีพิถันจนกลายเป็นน้ำเชื่อมสีเหลืองทองอร่ามใสราวกระจก เมื่อช่างฝีมือวาดลวดลายลงบนแผ่นหินอ่อน น้ำตาลจะค่อย ๆ เย็นตัวลงและเซ็ตตัวเป็นแผ่นบางใสที่มีความกรุบกรอบ เมื่อกัดลงไปคำแรก คุณจะสัมผัสได้ถึงความกรอบบางเบาที่ละลายในปากอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยรสชาติหวานละมุนที่ไม่หวานโดดจนเกินไป พร้อมกลิ่นหอมคาราเมลจากการเคี่ยวไหม้อ่อน ๆ ที่อบอวลอยู่ในคอ เป็นรสชาติคลาสสิกที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความทรงจำในวัยเยาว์อันแสนอบอุ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)
นำท่านชม โบสถ์คาทอลิกหนานกวน อาสนวิหารพระหฤทัยแห่งเสิ่นหยาง หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อโบสถ์คาทอลิกหนานกวน เปรียบเสมือนอัญมณีทางสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่ตั้งตระหง่านใจกลางเมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง โบสถ์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาของคาทอลิกในมณฑล แต่ยังเป็นพยานแห่งประวัติศาสตร์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน เดิมสร้างขึ้นในปี 1875 แต่ถูกเผาทำลายในช่วงกบฏนักมวย และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1912 ด้วยหอคอยแฝดสูงเสียดฟ้าที่สูงเกือบ 45 เมตร และโครงสร้างอิฐสีเทาที่สง่างาม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 12)
นำท่านเดินทางสู่ ด่านเหอโข่ว ชายแดน จีน-เกาหลีเหนือ ประตูสู่พรมแดนที่น่าค้นหา จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนพรมแดนจีน-เกาหลีเหนือ ที่ซึ่งแม่น้ำยาลู ไหลคั่นกลางระหว่างสองประเทศ ไฮไลท์คือการเดินบน สะพานหักเหอโข่วต้วนเฉียว สะพานเหล็กแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1911 โดยชาวญี่ปุ่น ทว่าในช่วงสงครามเกาหลี สะพานถูกกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดทำลายเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงของจีน ฝั่งเกาหลีเหนือพังทลายลงและถูกรื้อถอนออกไป เหลือเพียงโครงสร้างสะพาน 4 ช่วงสุดท้ายบนฝั่งจีนที่ยังคงยืนหยัดอยู่กลางแม่น้ำ เป็นอนุสรณ์สถานเงียบงันที่เต็มไปด้วยร่องรอยของสะเก็ดระเบิด การเดินไปบนสะพานแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ หมายเหตุ เนื่องด้วยด่านชายแดนตั้งอยู่ในเขตชายแดน การเปิด-ปิดด่านขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และสภาพอากาศ เป็นสำคัญ ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัททัวร์ หากในวันที่เดินทาง ด่านถูกสั่งปิดกะทันหันหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือระเบียบจากทางราชการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตัดรายการนี้ออกหรือปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางตามความเหมาะสม
นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำยาลู สัมผัสชีวิตเกาหลีเหนือในระยะประชิด ล่องเรือไปตามแม่น้ำยาลู เปิดหน้าต่างสู่โลกที่น้อยคนนักจะได้เห็น ที่นี่คือพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งจีนและเกาหลีเหนือออกจากกัน สายน้ำที่กว้างที่สุดเพียงไม่กี่สิบเมตรทำให้คุณสามารถมองเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนฝั่งเกาหลีเหนือได้อย่างชัดเจนจนน่าทึ่ง เรือจะพาคุณลัดเลาะไปตามแนวชายแดน ให้คุณได้เห็นทหารเกาหลีเหนือเข้าเวรยาม ชาวบ้านที่กำลังซักผ้าหรือทำไร่อยู่ริมฝั่ง และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ดูเหมือนเวลาได้หยุด เดินทางข้ามมิติทางวัฒนธรรมที่เปิดมุมมองและสร้างความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 13)
นำท่านออกเดินทางกลับสู่ เมืองต้าเหลียน (ระยะทาง 308 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 15)
จากนั้นนำท่านสู่บรรยากาศหมู่บ้านชาวประมงสไตล์ยุโรปที่แฝงตัวอยู่ในเมืองท่าอันคึกคักของต้าเหลียน ที่นี่คือ ท่าเรือประมงต้าเหลียน ) ที่ซึ่งอาคารสีสันสดใสสไตล์ยุโรปตั้งเรียงรายตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเลและเรือประมงที่จอดทอดสมออยู่เนืองแน่น ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงท่าเรือที่ยังคงมีการใช้งานจริง แต่ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารทะเลสดใหม่ คาเฟ่สุดชิค และมุมถ่ายรูปสวยๆ จัดวางอาคารหน้าตาแบบเมืองชายฝั่งฝั่งตะวันตกของอเมริกาในต้นคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบ มีตรอกเล็ก ร้านไวน์ คาเฟ่ และแนวท่าเรือที่หันหน้าออกสู่ทะเลอย่างจงใจ หนึ่งในจุดเด่นคือประภาคารที่จำลองแบบจากประภาคารเมืองเบรเมนของเยอรมนี ค.ศ. 1853 ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าท่าเรือชาวประมงของต้าเหลียนไม่ได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแบบตรงไปตรงมา แต่เล่าเรื่องการหยิบยืมและประกอบสร้างอัตลักษณ์ของเมืองท่าสมัยใหม่เข้าด้วยกัน บางมุมจึงดูเหมือนฉากภาพยนตร์ บางมุมเหมือนย่านพักผ่อนริมอ่าว และบางมุมก็เผยให้เห็นความตั้งใจของเมืองต้าเหลียนที่จะวางตัวเองเป็นหน้าต่างสู่ทะเลของมณฑลเหลียวหนิง
สัมผัสยุโรปย่อส่วน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ต้าเหลียน ณ ริมชายหาดเฮยสือเจียว อันงดงาม อาคารสไตล์ยุโรปสมัยใหม่ตั้งตระหง่านท้าทายลมทะเล ประตูสู่โลกแห่งธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่ง ก้าวแรกที่เข้าไป คุณจะได้รับการต้อนรับจากช้างแอฟริกาตัวผู้ขนาดมหึมา ก่อนจะดำดิ่งสู่การเดินทางข้ามกาลเวลาผ่านฟอสซิลไดโนเสาร์หายาก และตื่นตาตื่นใจไปกับโครงกระดูกวาฬหลังค่อมยักษ์ที่ครองพื้นที่จัดแสดงอย่างสง่างาม ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บรวบรวมวัตถุ แต่เป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้ที่รอให้ทุกคนมาค้นพบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอลเลกชันสัตว์ทะเลและฟอสซิลจาก "กลุ่มชีวภาพเย่อเหอ" ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 16)
ออกเดินทางจาก สนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน เซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ (FM) เที่ยวบินที่ FM841 มีบริการอาหารบนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
จีน · แชงกรีล่า📅 15–20 ก.ย. 2569 · 6 วันจีน แชงกรีล่า ย่าติง (ไม่ลงร้าน-นั่งรถไฟความเร็วสูง-รวมทิปไกด์แล้ว)฿29,990
จีน · หังโจว📅 28 ต.ค. – 2 พ.ย. 2569 · 6 วันTHE LEGEND OF JIANGNAN หังโจว เหิงเตี้ยน วั้งเซียนกู่ เขาหลิงซาน 6 วัน 4 คืน *ไม่เข้าร้านช้อป* โดยสายการบิน Air China (CA)฿28,900
จีน · หนานจิง📅 5–10 พ.ย. 2569 · 6 วันตระการตามหานครเซี่ยงไฮ้ เสน่ห์เจียงหนาน ซูโจว อู๋ซี นานจิง 6 วัน 5 คืน โดยสายการบิน คาเธ่ย์แปซิฟิค (CX)฿28,888
ลด 3%จีน · หลานโจว📅 4–8 ก.ย. 2569 · 5 วันทัวร์จีน หลานโจว ตุนหวง 5 วัน 6 คืน LHWMU0126 เส้นทางสายไหม วัดพระใหญ่จางเย่ ถ้ำมั่วเกา ทะเลสาบเกลือชาร์ฮาร์น บิน MU (BKK)฿29,888฿28,888นำท่านแวะเก็บภาพความโรแมนติกที่ เกาะแห่งความรัก พื้นที่ที่โอบล้อมด้วยสีแดงของเกลียวคลื่นพืชพรรณและท้องฟ้าสีคราม เป็นจุดเช็คอินที่คู่รักและนักเดินทางต่างหลงใหล ตามตำนานพื้นบ้านอันซาบซึ้งอันเป็นที่มาของชื่อเกาะแห่งนี้ เล่าขานถึงความรักแท้ของ “หงซิ่ว” หญิงสาวผู้มั่นคงในรัก และ “หลู่เซิง” ชายคนรัก ว่ากันว่าผืนทรายและโคลนตมที่ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงก่ำสะกดสายตานั้น เกิดจากหยาดโลหิตแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของทั้งสอง ยามที่คุณก้าวเดินไปบนสะพานไม้คดเคี้ยวที่ทอดตัวยาวลึกเข้าไปในผืนน้ำ ตัดกับผืนฟ้าสีครามและฝูงนกกระเรียนมงกุฎแดงที่โบยบินเหนือดงกกสีเขียวชอุ่ม มอบบรรยากาศอันเปี่ยมเสน่ห์ที่ชวนให้คู่รักจับมือเดินเคียงคู่กันไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด ก้าวเดินบนสะพานไม้ที่ทอดยาวพาดผ่านทุ่งสีแดงสด ดั่งเส้นทางทอดยาวสู่ความฝัน ให้ท่านได้สัมผัสความงามของหาดแดงอย่างใกล้ชิดในทุกย่างก้าว
ระหว่างทางท่านจะได้พบกับ ศาลาสุ้ยเยว่ จุดแวะพักที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน ให้ท่านได้เอนกายรับลม สูดอากาศบริสุทธิ์ และทอดสายตาชมฝูงนกนางนวลที่โบยบินเหนือพื้นที่ชุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ จากนั้นเช็คอินกับ ศิลปะบนนาข้าว ตื่นตากับการสร้างสรรค์ศิลปะบนนาข้าว 3 มิติ ขนาดมหึมา ที่ใช้ข้าวหลากสายพันธุ์ปลูกเรียงร้อยเป็นภาพวาดสุดอลังการ งดงามราวกับงานศิลปะชิ้นเอกบนผืนดิน
ก่อนกลับจากอุทยาน นำท่านแวะชม จุดชมเครื่องสูบน้ำมัน ชมภาพที่แปลกตาแต่น่าทึ่งของ "เครื่องสูบน้ำมัน" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "เครื่องโขกศีรษะ" ที่ตั้งตระหง่านและทำงานอยู่กลางพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นความงามที่ผสานเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและระบบนิเวศเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
PANJIN CITY CENTER HOLIDAY INN EXPRESS หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนที่ไม่เคยหลับใหลที่ ตลาดกลางคืนซีถ่า หรือที่รู้จักกันในนาม ถนนสไตล์เกาหลีซีถ่า แลนด์มาร์กสุดคึกคักใจกลางเมืองเสิ่นหยาง ย่านนี้เป็นชุมชนชาวเกาหลีที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 120 ปี เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แสงไฟนีออนสองภาษา (จีน-เกาหลี) จะสว่างไสวไปทั่วท้องถนน พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของบาร์บีคิวเกาหลีแท้ ๆ เส้นบะหมี่เย็นรสเด็ด และต๊อกโบกีรสเผ็ดร้อน ที่นี่คือสวรรค์ของเหล่านักชิมที่ต้องการ ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นรสเลิศและอาหารสไตล์เกาหลีต้นตำรับ ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักแบบเป็นกันเองและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาในแบบฉบับของชาวจีนตะวันออกเฉียงเหนือ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
SHENYANG COUNTRY GARDEN PHOENIX หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองตานตง (ระยะทาง 241 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง) ณ สุดขอบตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ที่ซึ่งแม่น้ำยาลู ไหลบรรจบเป็นเส้นแบ่งพรมแดนธรรมชาติ มีเมืองแห่งหนึ่งตั้งอยู่อย่างเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยเรื่องราวอันหนักแน่น ประตูสู่คาบสมุทรเกาหลีและหน้าต่างที่เปิดให้ได้มองเห็นอีกฟากฝั่งอันลี้ลับของเกาหลีเหนือ ทั้งยังเป็นเมืองชายแดนที่ใหญ่ที่สุดของจีน หันหน้ากับเมืองชินจู ของเกาหลีเหนือโดยมีเพียงแม่น้ำกั้นกลาง บรรยากาศของตานตงจึงเป็นการผสมผสานอย่างน่าทึ่งระหว่างวัฒนธรรมจีนและกลิ่นอายจางๆ ของเกาหลีที่ลอยข้ามน้ำมา
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
DANDONG PEARL ISLAND RESORT หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
DALIAN FURONG INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
นำท่านแวะช็อปปิ้ง ณ ต้าเหลียน ว่านต๋า พลาซ่า ศูนย์กลางของชีวิตทันสมัยที่สะท้อนพลังของเมืองต้าเหลียน ที่นี่คือแหล่งรวมทุกกิจกรรมไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การช้อปปิ้งแบรนด์ดังระดับโลก ลิ้มรสอาหารเลิศรสหลากหลายสไตล์ ไปจนถึงความบันเทิงครบวงจรสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายช้อป สายชิม หรือสายชิลล์ ว่านต๋า พลาซ่า คือจุดหมายปลายทางที่พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์และมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่ยจือ นำท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ไชน่าอีสเทิร์น (MU) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 23 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ สัมภาระของท่านจะทำการเช็คทรู (Check-through) ส่งตรงไปยังสนามบินปลายทาง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
ออกเดินทางจาก สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่วจือ สู่ สนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง โดย สายการบิน สายการบิน ไชน่า อีสเทิร์น (MU) เที่ยวบินที่ MU5624 มีบริการอาหารบนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
เดินทางถึง สนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่องในเที่ยวบินถัดไป